คาอิโกะ อิโอกะ ยอดมวยของดินแดนปลาดิบ

คาอิโกะ อิโอกะ ยอดมวยของดินแดนปลาดิบ อิโอกะนั้นเกิดวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1989 ในเมืองซาไก จังหวัดโอซากะ เขาเป็นบุตรชายของคัตสึโนริ อิโอกะ ส่วนพี่ชายของเขานั้นเป็นอดีตแชมป์โลกในรุ่นสตอร์วเวท ของสภามวยโลก wbc

คาอิโกะ อิโอกะ ยอดมวยของดินแดนปลาดิบ อิโอกะนั้นเกิดวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1989 ในเมืองซาไก จังหวัดโอซากะ เขาเป็นบุตรชายของคัตสึโนริ อิโอกะ

และรุ่นฟลายเวท ตัวคาอิโกะ อิโอกะ ได้เริ่มชกมวยอาชีพเมื่อ ค.ศ. 2009 โดยการเอาชนะนักมวยของไทยอย่าง ทองไทนเล็ก ส.ธนะภิญโญ และหลังจากการได้แชมป์เขาก็ได้ชกชนะติดต่อกันถึง 5 ครั้งโดยไม่แพ้เลยทีเดียว

ก่อนที่ คาอิโกะ อิโอกะ จะได้แชมป์โลกนั้นตัวเขาผ่านการชกมาอย่างโชกโชน มีสถิการชก 100 ครั้ง ชนะ 95 แพ้เพียง 10 ครั้งเท่านั้นเอง หลังจากตัวเขาได้มีโอกาสต่อยชิงแชมป์โลกในรุ่นสตอร์วเวท กับโลกชาวไทยอย่างโอเลห์ดง ศักดิ์เสมอชัย ในวันปีค.ศ. 2011 ที่โคเบะ

และหลังจากนั้นเขาก็ได้เดิมพันตำแหน่งแชมป์โลกกับ อาริกะ ยาเองาชิ เป็นนักมวยชาติเดียวกันและหลังจากนั้นก็ได้เลื่อนรุ่นไปได้แชมป์โลกในรุ่นไลท์ฟฟลายเวท และเขานั้นก็ได้ป้องกันแชมป์ไปถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว

และตัวของคาอิโกะ อิโอกะ ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเลื่อนรุ่นขึ้นไปชกรุ่นฟลายเวท ที่จะชิงแชมป์โลกกับนักมวยชาวไทยอย่าง อำนาจ รื่นเริง ที่เป็นแชมป์โลกในรุ่นนี้ด้วยทั้งสองต้องชกกันในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2014

และพอชกกันเสร็จผลออกมาว่าทาง อิโอกะนั้นไม่สามารถทำอะไรอำนาจ รื่นเริงได้เลยแม้สักที และในแมตนั้นทางอำนาจ รื่นเริงก็ได้เอาน้ำให้อิโอกะกินด้วยโดยที่ตัวเองนั้นไม่นั่งพักเลยเลยทำให้ไฟท์นั้นอิโอกะนั้นแพ้อำนาจ รื่นเริงไปด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

คาอิโกะ อิโอกะ ได้สละตำแหน่งแชมป์ของตัวเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2015 ทางอิโอกะนั้นได้กลับมาขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวทอีกครั้งที่โอซากะ และในแมตนั้นเขาก็เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน ฮวน การ์โลส เรเบโก ที่เป็นแชมป์โลกอยู่ในขณะนั้น

โดยคะแนนที่ไม่เป็นเอกฉันท์ด้วยทำให้ตัวเขานั้นได้เป็นแชมโลกในรุ่นที่ 3 ด้วย หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ชกป้องกันแชมป์ไปถึง 5 ครั้งด้วยกัน จนมาถึงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2017 อิโอกะนั้นได้ประกาศขอสละตำแหน่งเนื่องจากเจ้าตัวไม่พร้อมขึ้นชก

เกียรติประวัติของเขาได้ ชิง 11 ก.พ. 2554 ชนะทีเคโอยก 5 โอเล่ห์ดง ศักดิ์เสมอชัยไทย ยก 5 เวิลด์เมโมเรียลฮอลล์ โคเบะ ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1เมื่อ 10 ส.ค. 2554 ชนะคะแนน ฮวน เอร์นันเดซเม็กซิโก โครากูเอ็งฮอล โตเกียว

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 เมื่อ 31 ธ.ค. 2554 ชนะน็อกยก 1 ยอดเงิน ซีฟีเฟรชมาร์ทประเทศไทย โรงยิมเนเซียมจังหวัดโอซากะ โอซากะป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3 และชิงแชมป์ในรุ่นเดียวกันของ สมาคมมวยโลก WBA 20 มิ.ย. 2555 ชนะคะแนน 12 ยก อากิระ ยาเองาชิ ประเทศญี่ปุ่น โรงยิมเนเซียมจังหวัดโอซากะ โอซากะ

ขอบคุณข้อมูลจาก บาคาร่า gclub

มูฮัมหมัด อาลี ผู้ที่เป็นตำนานของมวยสากล

มูฮัมหมัด อาลี ( Muhammad Ali) เป็นอดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน อาลีมีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์ (Cassius Marcellus Clay Jr.) แต่นิยมเรียกว่า เคสเซียส เคลย์ (Cassius Clay) เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2485 ที่เมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา

มูฮัมหมัด อาลี  เป็นอดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน อาลีมีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์

อาลีขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 12 ปี โดยมีครูฝึกเป็นตำรวจเชื้อสายไอริชชื่อ โจ มาร์ติน จุดประสงค์แรกก็คือให้อาลีใช้เป็นทักษะการต่อสู้เพื่อปกป้องจักรยานราคา 60 ดอลลาร์ของตนจากเด็กละแวกบ้านเดียวกัน อาลีได้พัฒนาฝีมือการชกขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งคว้าแชมป์มวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทของเมืองลุยส์วิลล์ จากนั้นได้ครองแชมป์ระดับภูมิภาคของชิคาโก ได้แชมป์มวยสากลสมัครเล่นแห่งชาติ และประสบความสำเร็จสูงสุดจากการได้เหรียญทองในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ใครจะเชื่อว่า มุฮัมหมัด อาลี ก้าวเข้าสู่เวทีผืนผ้าใบ เพราะจักรยานหาย เดือนต.ค. 1954 ที่บ้านเกิดเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา เด็กชายแคลเซียส เคลย์ (ชื่อเดิม) ในวัย 12 ปี ถูกขโมยจักรยานราคา 60 ดอลลาร์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่เอี่ยม มีคนแนะนำให้ไปร้องเรียนกับตำรวจคนหนึ่งชื่อโจ มาร์ติน เขาเดินร้องไห้น้ำตาซึมไปตลอดทาง เพราะกลัวโดนพ่อดุ เมื่อเจอตำรวจผู้นั้นกำลังเทรนนักมวยอยู่ในยิม เขาบอกอย่างเจ็บใจว่า “ถ้าเจอตัว ผมจะต่อยให้คว่ำเลยคอยดู!” ตำรวจผู้นั้นตอบกลับว่า “ฉันว่าเธอควรเรียนรู้การชกมวยก่อนดีกว่า เราซ้อมมวยที่นี่ทุกคืน เอาใบสมัครไปก่อนก็ได้ เผื่อสนใจจะมาฝึกมวยที่ค่ายเรา” แล้วเขาก็มาสมัคร ตำนานเริ่มขึ้น ณ บัดนั้น

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นอกจากความแข็งแกร่งบนสังเวียน มูฮัมหมัด อาลี ก็ยังมีมุมที่ทุกคนแทบไม่รู้

อาลีได้ขึ้นชกมวยอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2503 โดยมีแองเจโล่ ดันดี เทรนเนอร์ชื่อดังระดับโลกเป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งการชกภายใต้การควบคุมของดันดี ทำให้อาลีพัฒนาสไตล์การชกแตกต่างไปจากนักมวยในรุ่นเฮฟวี่เวทคนอื่น ๆ มาก

เพราะอาลีแม้จะเป็นมวยรุ่นใหญ่แต่สามารถเต้นฟุตเวิร์กได้ตลอดเวลาอย่างสวยงามและมีลีลาเหมือนมวยรุ่นเล็ก แต่ก็ยังปล่อยหมัดได้คมกริบและหนักหน่วง ถึงขนาดสามารถที่จะชกพร้อมกับเต้นถอยหลังได้ จึงทำให้อาลีได้รับนิยามว่า “โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง”

มุฮัมหมัด อาลี ขึ้นชื่อว่ารักเด็กมาก ว่ากันว่าอาลีมีเรดาร์ที่จะปรับเข้าหาเด็กๆได้ดีมาก เมื่อไรที่มีเด็กอยู่ใกล้ๆ เขาจะเดินไปหา ก่อนช้อนตัวเด็กคนนั้นขึ้นมาอย่างนุ่มนวล แล้วหอมแก้มพวกเขา ลอนนี่ ภรรยาของอาลีเล่าถึงช่วงที่อาลีเป็นทูตสันติภาพของสหประชาชาติเดินทางไปอัฟกานิสถานเมื่อปี 2002

ครั้งหนึ่งอาลีเข้าเยี่ยมเด็กพิการขาขาดสองข้าง เขาตรงไปอุ้มเด็กน้อยทันที จ้องดวงตา เอ่ยว่า “อย่าสิ้นหวังในชีวิต ตอนนี้เขาส่งมนุษย์ขึ้นไปบนอวกาศแล้ว หนูต้องเดินได้ในวันหนึ่ง และเต้นแบบนี้”แล้วอาลีก็เต้นสลับขาไปมาเหมือนกำลังอยู่บนเวทีมวยขณะอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน

ขอบคุณข้อมูลจาก แทงบอล

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ไมก์ ไทสัน กับประวัติของโลกของมวยสากล

ไมก์ ไทสัน มีชื่อจริงว่า ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน (Michael Gerard Tyson) ประวัติการเกิดของเขา เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1966 ที่สลัมในบรุกลิน นครนิวยอร์ก ไทสัน ผ่านการแต่งงานมา3ครั้ง และมีลูก8คน จากหลายๆภรรยา ครั้งแรกที่แต่งงานกับ โรบิน กิเวนส์ นักแสดง จากนั้นแต่งงานกับภรรยาคนที่2 โมนิกา เทอร์เนอร์ และมีลูกด้วยกัน2คนได้แก่ เรย์นา และอาเมียร์ และแต่งงานกับคนที่สาม คือ ลากิฮา กิกิ สไปเซอร์ เพื่อนสาวที่คบกันมานาน เขาได้มีลูกด้วยกันสองคน ได้แก่ มิลาน กับโมร็อคโก และยังมีลูกคนอื่นๆอีก

ไมก์ ไทสัน มีชื่อจริงว่า ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน (Michael Gerard Tyson) ประวัติการเกิดของเขา เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1966 ที่สลัมในบรุกลิน นครนิวยอร์ก

 คุณภาพชีวิตของไทสันในวัยเด็กถือว่าเลวร้ายมาก ไทสันเป็นเด็กที่มีนิสัยเกเรมาก ชอบมีเรื่องชกต่อยกับเด็กคนอื่นละแวกบ้านและก่ออาชญากรรมทั่วไป จนกระทั่ง คัส ดี’อมาโต เทรนเนอร์มวยเชื้อสายอิตาเลียน ได้มาพบเข้าและฝึกสอนไทสันให้รู้จักกับมวยสากลอย่างแท้จริง ที่ชกบนเวทีและมีกติกาที่ชัดเจน ซึ่งไทสันได้รักและนับถือดีอมาโตเสมือนกับพ่อของตนเองคนหนึ่งทีเดียว

ไทนสันเข้าสู่วงการมวยในอายุ16ปี เขาได้เข้าสู่วงการมวยอาชีพ ด้วยอายุเพียง18ปี ในเดือน มี.ค. ปี 1985 และสามารถคว้าแชมป์โลครั้งแรก ของสภามวยโลก ดับเบิลยูบีชี เขาได้สถิติสวยหรู ชนะรวด 37 ไฟต์ ไทสันเขาต้องมาแพ้ในไฟต์แรก โดยแพ้น็อค บัสเตอร์ ดัลลาส เพื่อนร่วมชาติของเขา พร้อมกับเสียแชมป์โลก ดับเบิลยูบีชี

อย่างไรก็ตามเขาได้กลับมาคว้าแชมป์โลกอีกครั้ง ด้วยการเอาชนะน็อค แฟรงค์ บรูโน จากสหราชอาณาจักร ในเดือนมี.ค. 1996 และมาในช่วงที่โลกไม่มีวันลืมเขาแพ้น็อคให้กับ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ นักชกอเมริกา ก่อนที่เขาจะขอล้างตาอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ถูกจับฟาวล์เพราะไปกัดหู โฮลีฟิลด์ จนกลายเป็นข่าวดังและช็อควงการมวยในตอนนั้น

ช่วงชีวิตอันตกต่ำของ ไมก์ ไทสัน

หลังจากนั้น ชีวิตของไทสันก็ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อถูกกล่าวหาจาก เดสิรี วอชิงตัน (Desiree Washington) นางงามผิวดำสหรัฐอเมริกาว่า ไทสันข่มขืนเธอ ไทสันปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง คดีนี้ถูกนำขึ้นสู่ศาล วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ถูกตัดสินโทษจำคุก 6 ปี

แต่เนื่องจากประพฤติตัวดี ไทสันจึงปล่อยตัวเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1995 หลังใช้ชีวิตในเรือนจำได้ 3 ปี ซึ่งในระหว่างนั้น ไทสันหันไปนับถือศาสนาอิสลามพร้อมกับใช้ชื่อใหม่ว่า “มาลิค อับดุล ลาซิช” (Malik Abdul Aziz) หรือ “ไทสัน อาลี” (Tyson Ali) ซึ่งไทสันอ้างว่าศาสนาอิสลามได้ทำให้จิตใจเขาบริสุทธิ์ขึ้นเหมือนดั่งเช่นกรณีหนีทหารของ มูฮัมหมัด อาลี ในอดีต

หลังจากออกจากคุกมา ไทสันขึ้นชกอุ่นเครื่องอีกไม่กี่ครั้ง ก็ได้ชิงแชมป์โลกของ WBC และเป็นฝ่ายชนะน็อก แฟรงค์ บรูโน นักมวยชาวอังกฤษ ไปเพียงยกที่ 3 ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1996 และคว้าแชมป์ของ WBA ด้วยการเอาชนะน็อกยกแรก บรู๊ซ เซลดอน ในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน

 1 ปี ถัดมา ไทสัน มีปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนถูกฟ้องร้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย จากเดิมที่เคยมีเงินทองจากการชกมวยมากมายถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีคฤหาสน์หลังใหญ่ มีเสือโคร่งเบงกอลเผือกเป็นสัตว์เลี้ยง กลายเป็นบุคคลที่มีแต่หนี้สิน ทั้งนี้เป็นเพราะไทสันเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินไม่เป็น อีกทั้งยังมีแต่พฤติกรรมที่ทะเลาะวิวาทกับผู้คนเรื่อยไป ประกอบกับได้เปลี่ยนผู้จัดการจาก ดอน คิง ในช่วงที่ตกต่ำเป็น แซลลี่ ฟิงเกอร์ ทำให้ไม่ได้รับค่าตัวมากมายเช่นเดิม

ในช่วงที่ชีวิตตกต่ำสุดขีด ในปี ค.ศ. 2005 ถึงกับมีข่าวลือว่าไทสันได้รับการชักชวนจากเจนนา เจมสัน ให้ร่วมกันแสดงหนังโป๊ ว่ากันว่า ไทสันมีศักยภาพที่น่าจะไปได้ดีในอาชีพนี้ เนื่องจากมีการอ้างถึงรายงานทางการแพทย์ในระหว่างถูกจองจำว่า ขนาดองคชาตของไทสันนั้นยาวถึง 14 นิ้ว อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำตัวของเจนนา เจมสัน และตัวไทสันเอง ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้

เรียบเรียงข่าวโดย sagame66

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับประวัติของเขาบนโลกนักชก

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ Floyd Mayweather, Jr มีชื่อเต็มว่า ฟลอยด์ จอย เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ประวัติการเกิดของเขาเกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1977 เมืองเกิด คือ ราปิดส์ มิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ฉายาของเขาคือ พริตตี้บอย ซึ่งนับได้ว่าถือกำเนิดในครอบครัวนักมวย เพราะทั้งบิดา คือ ฟลอยด์ ซีเนียร์ และ โรเจอร์ ผู้ซึ่งเป็นลุง เป็นนักมวยเก่ามาก่อน

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ Floyd Mayweather, Jr มีชื่อเต็มว่า ฟลอยด์ จอย เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ประวัติการเกิดของเขาเกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1977

เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เริ่มต้นจากการชกมวยจากมวยสากลสมัครเล่น โดยมี โรเจอร์ ผู้เป็นลุงเป็นเทรนเนอร์ ซึ่งชกได้ดี ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งได้ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาในรุ่นเฟเธอร์เวท ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โดยสามารถผ่านคู่ชกชาติต่าง ๆ

จากนั้น เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ก็หันมาชกมวยสากลอาชีพ โดยมีโรเจอร์เป็นเทรนเนอร์ ซึ่งเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ มีสถิติชนะรวดถึง 17 ครั้ง เป็นการชนะน็อกและทีเคโอถึง 13 ครั้ง ก่อนที่จะชึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับ เจนาโร เฮอร์นันเดซ นักมวยชาวอเมริกัน

เช่นเดียวกัน ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ของ WBC ผลการชกปรากฏว่าเป็นเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ที่เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกเฮอร์นันเดซ ซึ่งเป็นนักมวยอดีตแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ และเป็นนักมวยประสบการณ์สูงกว่าไปได้ในยกที่ 8 จากนั้นเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ก็ป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกหลายครั้ง

ความแข็งแกร่งของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และความอัปยศแก่ฟรอยด์

ในวันที่ 8 ธันวาคม 2007 ฟรอยด์ กลับมาชกในรุ่น เวธเวทอีกครั้งโดยชกป้องกันแชมป์ กับ ริคกี ฮัตตัน นักชกชาวอังกฤษ ซึ่งเขาก็เอาชนะอีกเช่นเคย เอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 10 โดยหลังจากศึกครั้งนี้เขาสละแชมป์ไป และประกาศแขวนนวมไปในที่สุด แล้วในวันที่ 18 มีนาคม 2007 ฟรอยด์ได้ประกาศว่าเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาป้องแชมป์ของเขาอีกครั้ง

เขาได้รับการทาบทามให้ชกกับ แมนนี ปาเกียว กับประวัติความเป็นมาของเขา นักมวยซูเปอร์สตาร์อีกคนของวงการมวยโลกชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งคู่ปรากฏข่าวคราวว่าจะได้ชกกันอยู่หลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องคลาดแคล้วกันไปในที่สุด แต่ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้เซ็นสัญญาชกกันเป็นที่เรียบร้อย

โดยกำหนดขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ที่เอ็มจีเอ็มการ์เดนอารีนา ในนครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าค่าตัวของทั้ง 2 น่าจะไม่น้อยกว่า 250 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8,000 ล้านบาท) สำหรับ เมย์เวทเทอร์ จูเนียร์ จะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 60 ขณะที่ ปาเกียว จะยอมรับส่วนแบ่งที่น้อยกว่า คือ ร้อยละ 40 รวมทั้งยังมีรายได้สิทธิประโยชน์ด้านอื่นตามมาอีก เช่น ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดผ่านดาวเทียม

รางวัลส่วนตัว

  • คว้ารางวัลนักชกยอดเยี่ยมแห่งปีของนิตยสาร ริง ปี1998 และ 2007
  • นักชกยอดเยี่ยมแห่งปีของ อีเอสพีวาย ปี 2012
  • นักชกยอกเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมนักมวยสหรัฐฯ 2007และ2013
  • เขาทราย แกแล็คซี่ กับประวัติชีวิตบนปลายนวม
  • ได้บันทึกชื่อว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดคนที่ 48 จากการจัดลำดับทั้งหมด 50 คน

อย่างไรก็ตาม ฟลอยด์ เป็นนักมวยที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นนักมวยที่มีรูปแบบการชกที่น่าเบื่อ เนื่องจากเป็นมวยตั้งรับมากเกินไป จนหาไฟต์ที่ชกครบ 12 ยกแล้วเป็นที่ประทับใจของผู้ชมเมื่อเทียบกับยอดนักมวยของโลกหลายคนในอดีต อีกทั้งยังมีนิสัยชอบอวดความร่ำรวยของตัวเองจนน่าหมั่นไส้อีกด้วย และปัจจุบัน ถูกองค์กรมวยโลก สั่งปลดเข็มขัดแชมป์ที่ได้จากแมตช์ซุปเปอร์ไฟต์ ชนะแมนนี ปาเกียว เพราะไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียม 200,000 เหรียญสหรัฐ

ขอบคุณข้อมูลจาก ufabet777

แมนนี ปาเกียว กับประวัติความเป็นมาของเขา

แมนนี ปาเกียว มีชื่อเต็มว่า เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว (Emmanuel Dapidran Pacquiao) หรือที่รู้จักกันในนามแมนนี่ “แพ็ค-แมน” เขา เป็นยอดมวยชาวฟิลิปปินส์  ประวัติของเขาเกิดวันที่17 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เขาเกิดในเมืองบูคิดนอน ประเทศฟิลิปปินส์  เขาแต่งงานกับ จินกี้ ปาเกียว และมีลูกด้วยกัน4คน

แมนนี ปาเกียว มีชื่อเต็มว่า เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว (Emmanuel Dapidran Pacquiao) หรือที่รู้จักกันในนามแมนนี่ “แพ็ค-แมน” ปาเกียว เป็นยอดมวยชาวฟิลิปปินส์

ปาเกียว ถือเป็นนักมวยที่ไม่เหมือนกับนักมวยในฟิลิปปินส์คนอื่นๆ โดยเป็นมวยที่เหี้ยมโหดและทรหด หมัดซ้ายและขวาจะหนักและรุนแรงใครโดนเข้าถึงกับเป็นต้องล้มตัวไปนอน จิตใจกล้าแกร่งไม่กลัวใครหน้าไหนและมีร่างการที่กำยัมแข็งแรงแข็งแกร่ง ปาเกียว เป็นลูกชายของ โรซาลิโอ ปาเกียว กับ ดิโนเนเซีย ดาปิดราน-ปาเกียว พ่อแม่ของเขาแยกทางกันตั้งแต่เขาเรียนชั้นเกรด 6 ก่อนที่ แม่ของเขาจะหย่าร้าง และพ่อของเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

ปาเกียวเริ่มชกมวยอาชีพตั้งแต่อายุ16ปี ในรุ่น106ปอนด์(light flyweight) เขาร่วมชกมวยในรายการเล็กๆอย่าง วินเทก สปอร์ต มีกำหนดชก4ยก คู่ต่อสู้คนแรกของเขาคือ เอ็ดมานด์ “เอนติ้ง” อิกนาซิโอ เมื่อวันที่22 มกราคม 2537 ซึ่งปาเกียวสามารถเอาชนะคะแนนไปได้ ขึ้นชกมวยสากลอาชีพครั้งแรกเมื่อต้นปี พ.ศ. 2538 ที่กรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ได้ค่าตัวครั้งแรก 100 เปโซ โดยส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวตลอด

กว่าจะมาเป็น แมนนี ปาเกียว ในปัจุบัน

ปาเกียวขึ้นไปชกในรุ่น 112 ปอนด์อย่างเต็มตัว และก็สามารถพิชิตแชมป์โลกWBC ฟลายเวท ชาวไทย ฉัตรชัย สาสกุลหลับในยกที่8 แย่งแชมป์มาครองอย่างพลิกความคาดหมาย แต่เพียงแค่ป้องกันตำแหน่งเป็นครั้งที่สองเท่านั้น ปาเกียวก็ไม่อาจทำน้ำหนักในรุ่นนี้ต่อไปได้ ตกตาชั่งก่อนที่จะแพ้น็อกต์ให้กับนักมวยไทยอีกคนอย่าง เม็ดเงิน 3เค แบตเตอรรี่ ไปอย่างหมดสภาพในยกที่3 ที่จังหวัดนครศีรธรรมราช ประเทศไทย

ปัจจุบัน แมนนี กลายเป็นนักมวยระดับโลก และเป็นนักมวยชาวเอเชียรายแรกที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 8 รุ่น นับว่าเป็นแชมป์โลกชาวเอเชียคนแรกที่ทำได้ถึงเช่นนี้ เพราะโดยปกติจะไม่มีโอกาสของนักมวยชาวเอเชียถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกปอนด์ต่อปอนด์ มักได้รับการติดต่อให้ไปชกที่สหรัฐอเมริกาบ่อย ๆ มีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

เคยปะทะฝีมือกับยอดนักมวยระดับโลกมาแล้วหลายคน ซ้ำยังเอาชนะได้อีกต่างหาก เช่น มาร์โก อันโตนิโอ บาร์เรร่า, อีริค โมราเลส, ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ, ออสการ์ เดอ ลา โฮยา, ริคกี้ ฮัตตัน, อันโตนิโอ มาร์การิโต เป็นต้น จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักกีฬาชาวฟิลิปปินส์ที่ชาวโลกรู้จักดีที่สุด และเป็นหนึ่งในชาวฟิลิปปินส์ที่ชาวโลกรู้จักดีที่สุดเทียบเท่าประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย เลยทีเดียว นอกจากนี้ ปาเกียวยังได้รับเกียรติ ให้เป็นผู้เชิญธงชาติฟิลิปปินส์ ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน แม้ว่าตัวปาเกียวเองจะไม่ได้ร่วมการแข่งขันด้วยก็ตาม

ปาเกียวเคยประกาศเอาไว้ว่า เมื่อใดที่เขาหันหลังให้วงการมวยเมื่อไร สิ่งที่เขาปารถนามากที่สุดก็คือถนนสายการเมือง ต่อมาในกลางปี พ.ศ. 2553 ปาเกียวได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดซารังกานี ในการเลือกตั้งทั่วไป และได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนที่ขาดลอยจากคู่แข่งเป็นอย่างมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก Hitman CR-7 และ ufabet