โรมัน กอนซาเลซ

โรมัน กอนซาเลซ ชื่อเต็มของเขาคือ โรมัน อัลเบร์โต กอนซาเลซ ลูนา เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1987 ที่กรุงมานากัว กอนซาเลซนั้นเกิดมาอยู่ในตระกูลที่เป็นนักมวย มีคุณพ่อเป็นนักมวยมาก่อน

เขาเริ่มชกมวยครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 โดยมีทางด้านของพ่อช่วยสอนมวยให้ และกอนซาเลซนั้นเริ่มชกมวยครั้งแรกในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 2007 กับนักมวยฟิลิปปินส์อย่าง เอริเบอร์ โต เกฮอน และกอนซาเลซนั้นก็ได้เอาชนะน็อคไปแค่ในยกแรกเพียงเท่านั้น

และหลังจากเจ้าตัวนั้นชนะ ก็เริ่มชกต่อเนื่องมาอีก 5 ครั้ง ที่กรุงมานากัวบ้านเกิดของตนและหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้มีโอกาสได้ชกชิงแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่นมินิมัมเวท ในฐานะรองแชมป์โลกอันดับ 1 wba เมื่อปี ค.ศ. 2008

ผลปรากฏว่าทางกอนซาเลซนั้นชกชนะทีเคโอนีดะไปในยกที่4 แล้วต่อมาตัวเขานั้นก็ได้ชกป้องกันตำแหน่งมาได้ถึง 3 ครั้ง และก็ได้สละแชมป์ไปเพราะเจ้าตัวนั้นคุมน้ำหนักตัวเองไม่ได้นั่นเอง

ต่อมากอนซาเลซได้เลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต เป็นการชิงแชมป์โลกของสภามวยโลกในรุ่นนี้กับเจ้าของตำแหน่งชาวเม็กซิโก การ์โลส กัวดรัส ผู้ซึ่งได้ตำแหน่งนี้มาจากการเอาชนะศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย

นักมวยชาวไทยไปได้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2014 ทั้งคู่ชกกันในวันที่ 10 เดือนกันยายน 2016 ที่เดอะฟอรัมในอิงเกิลดวลผลการชกถนนว่ากอนซาเลซโดนชุดของกัวดรัสที่เร็วกว่าทั้ง 12 ยก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ผลงานของ โรมัน กอนซาเลซ

โรมัน กอนซาเลซ ชื่อเต็มของเขาคือ โรมัน อัลเบร์โต กอนซาเลซ ลูนา เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1987 ที่กรุงมานากัวเกิดมาอยู่ในตระกูลที่เป็นนักมวย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เจ้าตัวนั้นได้รับการยกย่องให้เป็นนักมวยที่เก่งที่สุดเมื่อเทียบกันแล้วรุ่นต่อรุ่น หลังจากที่ ฟลอยด์ เมย์เวตเธอร์ จูเนียร์ ได้ประกาศแขวนนวมไปนั่นเอง และตัวเขานั้นถือเป็นนักชกที่หายากสำหรับนักมวยรุ่นเล็กที่ได้รับการยกย่องมากมายขนาดนี้

เขาโดนชมว่าหมัดของเขานั้นหนักมากทั้งซ้ายและขวาเลยทีเดียว และมีสภิติชนะน็อกได้สมบูรณ์แบบ กอนซาเลซนั้นเขาเป็นนักมวยที่ออกหมัดได้หลากหลายทำให้คู่ต่อสู้นั้นรับมือได้ยาก

และเขาอย่างนั้นชกได้ต่อยากทุกอย่างยกมีการชกที่ป้องกันไปด้วยตัวเองมีสถิติที่ต่อโดนแล้วโดนนับเพียงแค่สองครั้งโดยมีช่วงแรกในของการชกมวยและครั้งหลังที่เจอกับนายกรัฐมนตรี ของไทยเรารวย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณข้อมูลจาก รูเล็ต

คาอิโกะ อิโอกะ ยอดมวยของดินแดนปลาดิบ

คาอิโกะ อิโอกะ ยอดมวยของดินแดนปลาดิบ อิโอกะนั้นเกิดวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1989 ในเมืองซาไก จังหวัดโอซากะ เขาเป็นบุตรชายของคัตสึโนริ อิโอกะ ส่วนพี่ชายของเขานั้นเป็นอดีตแชมป์โลกในรุ่นสตอร์วเวท ของสภามวยโลก wbc

คาอิโกะ อิโอกะ ยอดมวยของดินแดนปลาดิบ อิโอกะนั้นเกิดวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1989 ในเมืองซาไก จังหวัดโอซากะ เขาเป็นบุตรชายของคัตสึโนริ อิโอกะ

และรุ่นฟลายเวท ตัวคาอิโกะ อิโอกะ ได้เริ่มชกมวยอาชีพเมื่อ ค.ศ. 2009 โดยการเอาชนะนักมวยของไทยอย่าง ทองไทนเล็ก ส.ธนะภิญโญ และหลังจากการได้แชมป์เขาก็ได้ชกชนะติดต่อกันถึง 5 ครั้งโดยไม่แพ้เลยทีเดียว

ก่อนที่ คาอิโกะ อิโอกะ จะได้แชมป์โลกนั้นตัวเขาผ่านการชกมาอย่างโชกโชน มีสถิการชก 100 ครั้ง ชนะ 95 แพ้เพียง 10 ครั้งเท่านั้นเอง หลังจากตัวเขาได้มีโอกาสต่อยชิงแชมป์โลกในรุ่นสตอร์วเวท กับโลกชาวไทยอย่างโอเลห์ดง ศักดิ์เสมอชัย ในวันปีค.ศ. 2011 ที่โคเบะ

และหลังจากนั้นเขาก็ได้เดิมพันตำแหน่งแชมป์โลกกับ อาริกะ ยาเองาชิ เป็นนักมวยชาติเดียวกันและหลังจากนั้นก็ได้เลื่อนรุ่นไปได้แชมป์โลกในรุ่นไลท์ฟฟลายเวท และเขานั้นก็ได้ป้องกันแชมป์ไปถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว

และตัวของคาอิโกะ อิโอกะ ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเลื่อนรุ่นขึ้นไปชกรุ่นฟลายเวท ที่จะชิงแชมป์โลกกับนักมวยชาวไทยอย่าง อำนาจ รื่นเริง ที่เป็นแชมป์โลกในรุ่นนี้ด้วยทั้งสองต้องชกกันในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2014

และพอชกกันเสร็จผลออกมาว่าทาง อิโอกะนั้นไม่สามารถทำอะไรอำนาจ รื่นเริงได้เลยแม้สักที และในแมตนั้นทางอำนาจ รื่นเริงก็ได้เอาน้ำให้อิโอกะกินด้วยโดยที่ตัวเองนั้นไม่นั่งพักเลยเลยทำให้ไฟท์นั้นอิโอกะนั้นแพ้อำนาจ รื่นเริงไปด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

คาอิโกะ อิโอกะ ได้สละตำแหน่งแชมป์ของตัวเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2015 ทางอิโอกะนั้นได้กลับมาขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวทอีกครั้งที่โอซากะ และในแมตนั้นเขาก็เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน ฮวน การ์โลส เรเบโก ที่เป็นแชมป์โลกอยู่ในขณะนั้น

โดยคะแนนที่ไม่เป็นเอกฉันท์ด้วยทำให้ตัวเขานั้นได้เป็นแชมโลกในรุ่นที่ 3 ด้วย หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ชกป้องกันแชมป์ไปถึง 5 ครั้งด้วยกัน จนมาถึงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2017 อิโอกะนั้นได้ประกาศขอสละตำแหน่งเนื่องจากเจ้าตัวไม่พร้อมขึ้นชก

เกียรติประวัติของเขาได้ ชิง 11 ก.พ. 2554 ชนะทีเคโอยก 5 โอเล่ห์ดง ศักดิ์เสมอชัยไทย ยก 5 เวิลด์เมโมเรียลฮอลล์ โคเบะ ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1เมื่อ 10 ส.ค. 2554 ชนะคะแนน ฮวน เอร์นันเดซเม็กซิโก โครากูเอ็งฮอล โตเกียว

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 เมื่อ 31 ธ.ค. 2554 ชนะน็อกยก 1 ยอดเงิน ซีฟีเฟรชมาร์ทประเทศไทย โรงยิมเนเซียมจังหวัดโอซากะ โอซากะป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3 และชิงแชมป์ในรุ่นเดียวกันของ สมาคมมวยโลก WBA 20 มิ.ย. 2555 ชนะคะแนน 12 ยก อากิระ ยาเองาชิ ประเทศญี่ปุ่น โรงยิมเนเซียมจังหวัดโอซากะ โอซากะ

ขอบคุณข้อมูลจาก บาคาร่า gclub

สามารถ พยัคฆ์อรุณ เพชฌฆาตหน้าหยก

สามารถ พยัคฆ์อรุณ กับฉายาสุดเท่ เพชฌฆาตหน้าหยก สามารถปัจจุบันเขาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สามารถ ภพธีธรรม ตัวเขานั้นเกิดที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา เขาเกิดวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2505 สามารถนั้นมีพี่ชายแท้ๆคือ ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ ซึ่งพี่ชายของสามรถนั้นเป็นนักมวยเช่นเดียวกับสามารถและพี่ชายของเขานั้นเคยเป็นนักมวยสากลด้วยเคยมีโอกาสชิงแชมป์โลก ถึง 2 สมัยแต่ก็ไม่เคยได้แชมป์เลย โดยที่ตัวพี่ชายของสามรถนั้นได้เคยชิงแชมป์กับ เขาทาราย แกแล็คซี่ อีกด้วย

สามารถ พยัคฆ์อรุณ กับฉายาสุดเท่ เพชฌฆาตหน้าหยก สามารถปัจจุบันเขาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สามารถ ภพธีธรรม ตัวเขานั้นเกิดที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา

สามารถเริ่มเป็นนักกีฬามวยไทยตั้งแต่อายุ 11 ขวบ โดยมีชื่อในตอนนั้นว่า สามารถ ลูกคลองเขต ตัวเขานั้นเริ่มชกจริงจังครั้งแรกที่จังหวัดชลบุรีเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2517 และก็ได้เอาชนะในครั้งแรกได้เลยโดยตัวเขานั้นได้ชนะคะแนน เพชรอรุณ ศิษย์นิมิต แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มเดินสายตระเวนชกในแถบภาคตะวันออกหลายจังหวัดอย่างมากมายและตัวเขานั้นได้ไปชกในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2522 ที่สนามมวยลุมพินี โดยที่มีโปรโมเตอร์ชื่อดังอย่าง ทรงชัย รัตนสุบรรณ

ตัวสามารถนั้นได้การชื่นชมว่าเป็นมวยที่มีชั้นเชิงแพรวพราว สายตาดีมาก ชกแต่ล่ะครั้งนั้นก็สนุกทุกครั้งและได้ใจคนดูทุกครั้ง ชกทีไรก็ประสบความสำเร็จทุกครั้งในการชกมวยไทยตัวเขานั้นได้แชมป์ของสนามมวยลุมพินีถึง 4 รุ่นเลยทีเดียวก็มีรุ่นพินเวทที่ชนะ ก้องสุมทร ชูวัฒนะ รุ่นจูเนียร์ฟลายเวทที่ชนะคะแนนพูนลาภ ศักดิ์นิรันดร์ รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวทชนะคะแนนสิงห์ทอง ประสพชัย และรุ่นเฟเธอร์เวทที่ชนะคะแนน สมิงหนุ่ม สิธิบุญธรรม ในปี พ.ศ. 2524 อีกด้วย

มวยสากลอาชีพที่เปลี่ยนชีวิต สามารถ พยัคฆ์อรุณ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ตัวเขานั้นเริ่มมาหันชกมวยสากลอาชีพ โดยที่บุคคลสำคัญหลายคนให้การสนับสนุนตัวสามรถมากก็คือ ทรงชัย รัตนสุบรรณ สหสมภพ ศรีสมวงศ์และสุชาติ เกิดเมฆ ตัวสารมารถนั้นเริ่มชกครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2526 และได้ชนะคะแนน เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ และหลังจากนั้นเขาได้ชนะน็อคอีก 9 ครั้งได้ผ่านมือมวยฝีมือดีทั้งนั้นเช่น ช่อ ห้าพลัง ทองเบิ้ม ลูกมาตุลี และเขานั้นได้เข้าชิงแชมป์โลกครั้งแรกรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวทของสภามวยโลกที่ชกกับนักมวยเม็กซิกัน กัวดาลลูเป ปินตอร์และเขาน้นชนะน็อกปได้กลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 10 ของประเทศไทย

หลังจากเขาได้แชมป์โลกมานั้นเขาก็เริ่มที่จะไม่ตั้งใจซ้อมเหมือนเก่าเลยทำให้ไม่ฟิตเต็มที่และเริ่มมีปัญหาน้ำหนักตัวและหลังจากนั้นเขาได้ไปชกป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 นั้นถึงประเทศออสเตรเลียที่ขึ้นชกกับ เจฟฟ์ เฟเนค ในการชกของสามรถครั้งนี้มีเรื่องของน้ำหนักที่เจ้าตัวต้องลดเป็นอย่างมาก จึงถูกนักมวยเจ้าถิ่นนั้นไล่ชกไปอย่างหมดสภาพ และหลังที่ชกครั้งนี้เสร็จนั้นก็ทำให้บรรดาแฟนมวยนั้นตั้งข้อสงสัยว่าสามารถนั้นล้มมวยหรือป่าวจนทำให้มีข่าวสามรถครึกโครมอยู่ในช่วงนั้น

เรียบเรียงข่าวสารโดย บาคาร่า gclub

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มูฮัมหมัด อาลี ผู้ที่เป็นตำนานของมวยสากล

มูฮัมหมัด อาลี ( Muhammad Ali) เป็นอดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน อาลีมีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์ (Cassius Marcellus Clay Jr.) แต่นิยมเรียกว่า เคสเซียส เคลย์ (Cassius Clay) เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2485 ที่เมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา

มูฮัมหมัด อาลี  เป็นอดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน อาลีมีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า เคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์

อาลีขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 12 ปี โดยมีครูฝึกเป็นตำรวจเชื้อสายไอริชชื่อ โจ มาร์ติน จุดประสงค์แรกก็คือให้อาลีใช้เป็นทักษะการต่อสู้เพื่อปกป้องจักรยานราคา 60 ดอลลาร์ของตนจากเด็กละแวกบ้านเดียวกัน อาลีได้พัฒนาฝีมือการชกขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งคว้าแชมป์มวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทของเมืองลุยส์วิลล์ จากนั้นได้ครองแชมป์ระดับภูมิภาคของชิคาโก ได้แชมป์มวยสากลสมัครเล่นแห่งชาติ และประสบความสำเร็จสูงสุดจากการได้เหรียญทองในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ใครจะเชื่อว่า มุฮัมหมัด อาลี ก้าวเข้าสู่เวทีผืนผ้าใบ เพราะจักรยานหาย เดือนต.ค. 1954 ที่บ้านเกิดเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา เด็กชายแคลเซียส เคลย์ (ชื่อเดิม) ในวัย 12 ปี ถูกขโมยจักรยานราคา 60 ดอลลาร์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่เอี่ยม มีคนแนะนำให้ไปร้องเรียนกับตำรวจคนหนึ่งชื่อโจ มาร์ติน เขาเดินร้องไห้น้ำตาซึมไปตลอดทาง เพราะกลัวโดนพ่อดุ เมื่อเจอตำรวจผู้นั้นกำลังเทรนนักมวยอยู่ในยิม เขาบอกอย่างเจ็บใจว่า “ถ้าเจอตัว ผมจะต่อยให้คว่ำเลยคอยดู!” ตำรวจผู้นั้นตอบกลับว่า “ฉันว่าเธอควรเรียนรู้การชกมวยก่อนดีกว่า เราซ้อมมวยที่นี่ทุกคืน เอาใบสมัครไปก่อนก็ได้ เผื่อสนใจจะมาฝึกมวยที่ค่ายเรา” แล้วเขาก็มาสมัคร ตำนานเริ่มขึ้น ณ บัดนั้น

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นอกจากความแข็งแกร่งบนสังเวียน มูฮัมหมัด อาลี ก็ยังมีมุมที่ทุกคนแทบไม่รู้

อาลีได้ขึ้นชกมวยอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2503 โดยมีแองเจโล่ ดันดี เทรนเนอร์ชื่อดังระดับโลกเป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งการชกภายใต้การควบคุมของดันดี ทำให้อาลีพัฒนาสไตล์การชกแตกต่างไปจากนักมวยในรุ่นเฮฟวี่เวทคนอื่น ๆ มาก

เพราะอาลีแม้จะเป็นมวยรุ่นใหญ่แต่สามารถเต้นฟุตเวิร์กได้ตลอดเวลาอย่างสวยงามและมีลีลาเหมือนมวยรุ่นเล็ก แต่ก็ยังปล่อยหมัดได้คมกริบและหนักหน่วง ถึงขนาดสามารถที่จะชกพร้อมกับเต้นถอยหลังได้ จึงทำให้อาลีได้รับนิยามว่า “โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง”

มุฮัมหมัด อาลี ขึ้นชื่อว่ารักเด็กมาก ว่ากันว่าอาลีมีเรดาร์ที่จะปรับเข้าหาเด็กๆได้ดีมาก เมื่อไรที่มีเด็กอยู่ใกล้ๆ เขาจะเดินไปหา ก่อนช้อนตัวเด็กคนนั้นขึ้นมาอย่างนุ่มนวล แล้วหอมแก้มพวกเขา ลอนนี่ ภรรยาของอาลีเล่าถึงช่วงที่อาลีเป็นทูตสันติภาพของสหประชาชาติเดินทางไปอัฟกานิสถานเมื่อปี 2002

ครั้งหนึ่งอาลีเข้าเยี่ยมเด็กพิการขาขาดสองข้าง เขาตรงไปอุ้มเด็กน้อยทันที จ้องดวงตา เอ่ยว่า “อย่าสิ้นหวังในชีวิต ตอนนี้เขาส่งมนุษย์ขึ้นไปบนอวกาศแล้ว หนูต้องเดินได้ในวันหนึ่ง และเต้นแบบนี้”แล้วอาลีก็เต้นสลับขาไปมาเหมือนกำลังอยู่บนเวทีมวยขณะอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน

ขอบคุณข้อมูลจาก แทงบอล

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับประวัติของเขา

ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ชื่อจริง วิศักดิ์ป์ วังเอก ชื่อเล่น แหลม ประวัติการเกิดวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2529 เกิดที่อำเภออุทุมพรพิชัย จังหวัดศรีสะเกษ ส่วงสูง 160 เซนติเมตร ในครอบครัวแหลมที่เป็นนักมวยก็มีปู่ พ่อ และอา โดยเขาเป็นลูกชายคนคนโตในจำนวนลูกชายทั้งสามคน

ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ชื่อจริง วิศักดิ์ป์ วังเอก ชื่อเล่น แหลม ประวัติการเกิดวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2529 เกิดที่อำเภออุทุมพรพิชัย จังหวัดศรีสะเกษ

ของนายเจียมศักดิ์และนางหนุรัตน์ วังเอก ปัจจุบัน ศรีสะเกษมีภรรยาแล้ว คือ พัชรีวรรณ กัณหาเขาเคยชกมวยไทยมาก่อนตั้งแต่อายุได้ 13 ขวบ ในชื่อ “วรวุฒิ ว.ป.ศรีสะเกษ” และ “วรวุฒิ ศิษย์ทรายทอง” ในสังกัดศิษย์ทรายทอง ที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะหันมาชกมวยสากลอาชีพในปี พ.ศ. 2552 ด้วยการเดินทางไปชกที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยพบกับ อะกิระ ยะเอะงะชิ นักมวยเจ้าถิ่น ซึ่งศรีสะเกษเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 3 จากกำหนดทั้งหมด 8 ยก ซึ่งต่อมายะเอะงะชิ ยังได้เป็นแชมป์โลกในรุ่นมินิมั่มเวท (105 ปอนด์) ของสมาคมมวยโลก (WBA) และแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) ของสภามวยโลกอีกด้วย

 จากนั้น ศรีสะเกษได้เข้าสู่สังกัด นครหลวงโปรโมชั่น ของสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โดยมีผู้สนับสนุนหลัก คือ ศรีสุข รุ่งวิสัย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้รับการสร้างสรรค์อย่างแท้จริง โดยได้แชมป์ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลกเอเชีย (WBC ASIA) มาก่อน ในปี พ.ศ. 2554 จากนั้นจึงป้องกันตำแหน่งไว้ได้ทั้งหมด 3 ครั้ง สลับกับการชกอุ่นเครื่องธรรมดา ทำสถิติชนะน็อกรวด 17 ครั้ง

ผลงานและเกียรติยศของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น

ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เป็นอดีตแชมป์โลกชาวไทยในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) 2 สมัย ในกลางปี พ.ศ. 2560 เว็บไซต์บ็อกเรกดอตคอมได้ยกให้เป็นนักมวยชาวเอเชียอันดับ 1 และเป็นนักมวยอันดับ 5 ของโลก เมื่อเทียบกันรุ่นต่อรุ่น อีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากเดอะริงให้เป็นแชมป์โลกในรุ่นเดียวกัน  ศรีสะเกษป้องกันตำแหน่งไว้ได้ 1 ครั้ง ก่อนจะมาป้องกันตำแหน่งกับ คาร์ลอส คูเอดราส

ผลปรากฏว่า ศรีสะเกษเป็นฝ่ายแพ้คะแนนในต้นยกที่ 8 เมื่อศีรษะของทั้งคู่ชนกัน และทำให้คูเอดราสมีแผลแตกฉกรรจ์เหนือคิ้วซ้ายจนไม่สามารถชกต่อได้ ทำให้มีการรวมคะแนนกัน ปรากฏว่าศรีสะเกษเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปเป็นเอกฉันท์ 78-73, 77-74 และ 77-75 แม้ในยกต้น ๆ ศรีสะเกษจะเป็นฝ่ายโดนหมัดของคูเอดราสเข้าไปมาก แต่ในยกที่ 6 และ 7 ศรีสะเกษเป็นฝ่ายเดินไล่อัดลำตัวคูเอดราสจนออกอาการชัดเจนเกือบจะทิ้งตัวนอนลงบนพื้นเวที และสามารถจะพลิกเกมมาเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่แล้ว

และในการป้องกันตำแหน่งสมัยที่ 2 ครั้งแรก กับคู่ปรับเก่า โรมัน กอนซาเลซ ที่สตับฮับเซนเตอร์ คาร์สัน แคลิฟอร์เนีย ศรีสะเกษซึ่งเตรียมตัวในการชกมาดีกว่าครั้งแรก โดยมีเวลาซ้อมนานถึง 4 เดือน เป็นฝ่ายชนะทีเคโอยก 4 ไปอย่างสิ้นสงสัย โดยสามารถชกกอนซาเลซลงไปให้กรรมการนับ 8 ได้ก่อนในช่วงต้นยกด้วยหมัดฮุกขวา จากนั้นจึงเข้าแลกหมัดและน็อกอย่างเด็ดขาดด้วยหมัดฮุกขวา คราวนี้เมื่อกอนซาเลซล้มลงนอนแผ่กับพื้นเวที กรรมการโบกมือยุติการชกลงทันทีโดยไม่มีการนับเลย

และหลังจากการชกครั้งนี้เสร็จ เว็บไซต์บ็อกเรกดอตคอมได้ยกให้เป็นนักมวยชาวเอเชียอันดับ 1 และเป็นนักมวยอันดับ 5 ของโลก เมื่อเทียบกันรุ่นต่อรุ่น ซึ่งเหนือ กว่า แมนนี ปาเกียว กับประวัติความเป็นมาของเขา ซูเปอร์สตาร์มวยโลกชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแชมป์โลก 8 รุ่นคนแรกของโลก ในการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 3 ศรีสะเกษสามารถเอาชนะ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราดา ผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชกภาคบังคับ ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิโกไปได้ ด้วยคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ 114-114, 115-113, 117-111 ที่เดอะฟอรัม อิงเกลวู้ด แคลิฟอร์เนีย และได้รับการสถาปนาให้เป็นแชมป์โลกของเดอะริงอีกด้วย

รางวัลที่เขาได้รับคือนักมวยยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 สภามวยโลกเอเชีย (WBC ASIA) นักมวยยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม 2017 สภามวยโลก (WBC)นักมวยยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน 2017 สภามวยโลกนักมวยที่เก่งที่สุดของโลกอันดับที่ 8 เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ของนิตยสารเดอะริง ในช่วงปี 2018นักมวยที่เก่งที่สุดของโลกอันดับที่ 6 เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ของบ็อกซิ่งซีน (Boxingscene) ใปี 2018นักมวยที่เก่งที่สุดของโลกอันดับที่ 5 เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ของบ็อกเรค (boxrec) ในปี 2018

ขอบคุณข้อมูล ufabet1688

ไมก์ ไทสัน กับประวัติของโลกของมวยสากล

ไมก์ ไทสัน มีชื่อจริงว่า ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน (Michael Gerard Tyson) ประวัติการเกิดของเขา เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1966 ที่สลัมในบรุกลิน นครนิวยอร์ก ไทสัน ผ่านการแต่งงานมา3ครั้ง และมีลูก8คน จากหลายๆภรรยา ครั้งแรกที่แต่งงานกับ โรบิน กิเวนส์ นักแสดง จากนั้นแต่งงานกับภรรยาคนที่2 โมนิกา เทอร์เนอร์ และมีลูกด้วยกัน2คนได้แก่ เรย์นา และอาเมียร์ และแต่งงานกับคนที่สาม คือ ลากิฮา กิกิ สไปเซอร์ เพื่อนสาวที่คบกันมานาน เขาได้มีลูกด้วยกันสองคน ได้แก่ มิลาน กับโมร็อคโก และยังมีลูกคนอื่นๆอีก

ไมก์ ไทสัน มีชื่อจริงว่า ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน (Michael Gerard Tyson) ประวัติการเกิดของเขา เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1966 ที่สลัมในบรุกลิน นครนิวยอร์ก

 คุณภาพชีวิตของไทสันในวัยเด็กถือว่าเลวร้ายมาก ไทสันเป็นเด็กที่มีนิสัยเกเรมาก ชอบมีเรื่องชกต่อยกับเด็กคนอื่นละแวกบ้านและก่ออาชญากรรมทั่วไป จนกระทั่ง คัส ดี’อมาโต เทรนเนอร์มวยเชื้อสายอิตาเลียน ได้มาพบเข้าและฝึกสอนไทสันให้รู้จักกับมวยสากลอย่างแท้จริง ที่ชกบนเวทีและมีกติกาที่ชัดเจน ซึ่งไทสันได้รักและนับถือดีอมาโตเสมือนกับพ่อของตนเองคนหนึ่งทีเดียว

ไทนสันเข้าสู่วงการมวยในอายุ16ปี เขาได้เข้าสู่วงการมวยอาชีพ ด้วยอายุเพียง18ปี ในเดือน มี.ค. ปี 1985 และสามารถคว้าแชมป์โลครั้งแรก ของสภามวยโลก ดับเบิลยูบีชี เขาได้สถิติสวยหรู ชนะรวด 37 ไฟต์ ไทสันเขาต้องมาแพ้ในไฟต์แรก โดยแพ้น็อค บัสเตอร์ ดัลลาส เพื่อนร่วมชาติของเขา พร้อมกับเสียแชมป์โลก ดับเบิลยูบีชี

อย่างไรก็ตามเขาได้กลับมาคว้าแชมป์โลกอีกครั้ง ด้วยการเอาชนะน็อค แฟรงค์ บรูโน จากสหราชอาณาจักร ในเดือนมี.ค. 1996 และมาในช่วงที่โลกไม่มีวันลืมเขาแพ้น็อคให้กับ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ นักชกอเมริกา ก่อนที่เขาจะขอล้างตาอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็ถูกจับฟาวล์เพราะไปกัดหู โฮลีฟิลด์ จนกลายเป็นข่าวดังและช็อควงการมวยในตอนนั้น

ช่วงชีวิตอันตกต่ำของ ไมก์ ไทสัน

หลังจากนั้น ชีวิตของไทสันก็ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อถูกกล่าวหาจาก เดสิรี วอชิงตัน (Desiree Washington) นางงามผิวดำสหรัฐอเมริกาว่า ไทสันข่มขืนเธอ ไทสันปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง คดีนี้ถูกนำขึ้นสู่ศาล วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 ถูกตัดสินโทษจำคุก 6 ปี

แต่เนื่องจากประพฤติตัวดี ไทสันจึงปล่อยตัวเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1995 หลังใช้ชีวิตในเรือนจำได้ 3 ปี ซึ่งในระหว่างนั้น ไทสันหันไปนับถือศาสนาอิสลามพร้อมกับใช้ชื่อใหม่ว่า “มาลิค อับดุล ลาซิช” (Malik Abdul Aziz) หรือ “ไทสัน อาลี” (Tyson Ali) ซึ่งไทสันอ้างว่าศาสนาอิสลามได้ทำให้จิตใจเขาบริสุทธิ์ขึ้นเหมือนดั่งเช่นกรณีหนีทหารของ มูฮัมหมัด อาลี ในอดีต

หลังจากออกจากคุกมา ไทสันขึ้นชกอุ่นเครื่องอีกไม่กี่ครั้ง ก็ได้ชิงแชมป์โลกของ WBC และเป็นฝ่ายชนะน็อก แฟรงค์ บรูโน นักมวยชาวอังกฤษ ไปเพียงยกที่ 3 ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1996 และคว้าแชมป์ของ WBA ด้วยการเอาชนะน็อกยกแรก บรู๊ซ เซลดอน ในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน

 1 ปี ถัดมา ไทสัน มีปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนถูกฟ้องร้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย จากเดิมที่เคยมีเงินทองจากการชกมวยมากมายถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีคฤหาสน์หลังใหญ่ มีเสือโคร่งเบงกอลเผือกเป็นสัตว์เลี้ยง กลายเป็นบุคคลที่มีแต่หนี้สิน ทั้งนี้เป็นเพราะไทสันเป็นคนที่ใช้จ่ายเงินไม่เป็น อีกทั้งยังมีแต่พฤติกรรมที่ทะเลาะวิวาทกับผู้คนเรื่อยไป ประกอบกับได้เปลี่ยนผู้จัดการจาก ดอน คิง ในช่วงที่ตกต่ำเป็น แซลลี่ ฟิงเกอร์ ทำให้ไม่ได้รับค่าตัวมากมายเช่นเดิม

ในช่วงที่ชีวิตตกต่ำสุดขีด ในปี ค.ศ. 2005 ถึงกับมีข่าวลือว่าไทสันได้รับการชักชวนจากเจนนา เจมสัน ให้ร่วมกันแสดงหนังโป๊ ว่ากันว่า ไทสันมีศักยภาพที่น่าจะไปได้ดีในอาชีพนี้ เนื่องจากมีการอ้างถึงรายงานทางการแพทย์ในระหว่างถูกจองจำว่า ขนาดองคชาตของไทสันนั้นยาวถึง 14 นิ้ว อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำตัวของเจนนา เจมสัน และตัวไทสันเอง ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้

เรียบเรียงข่าวโดย sagame66

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับประวัติของเขาบนโลกนักชก

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ Floyd Mayweather, Jr มีชื่อเต็มว่า ฟลอยด์ จอย เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ประวัติการเกิดของเขาเกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1977 เมืองเกิด คือ ราปิดส์ มิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ฉายาของเขาคือ พริตตี้บอย ซึ่งนับได้ว่าถือกำเนิดในครอบครัวนักมวย เพราะทั้งบิดา คือ ฟลอยด์ ซีเนียร์ และ โรเจอร์ ผู้ซึ่งเป็นลุง เป็นนักมวยเก่ามาก่อน

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ Floyd Mayweather, Jr มีชื่อเต็มว่า ฟลอยด์ จอย เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ประวัติการเกิดของเขาเกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1977

เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ เริ่มต้นจากการชกมวยจากมวยสากลสมัครเล่น โดยมี โรเจอร์ ผู้เป็นลุงเป็นเทรนเนอร์ ซึ่งชกได้ดี ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกระทั่งได้ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกาในรุ่นเฟเธอร์เวท ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โดยสามารถผ่านคู่ชกชาติต่าง ๆ

จากนั้น เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ก็หันมาชกมวยสากลอาชีพ โดยมีโรเจอร์เป็นเทรนเนอร์ ซึ่งเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ มีสถิติชนะรวดถึง 17 ครั้ง เป็นการชนะน็อกและทีเคโอถึง 13 ครั้ง ก่อนที่จะชึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับ เจนาโร เฮอร์นันเดซ นักมวยชาวอเมริกัน

เช่นเดียวกัน ในรุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ของ WBC ผลการชกปรากฏว่าเป็นเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ที่เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกเฮอร์นันเดซ ซึ่งเป็นนักมวยอดีตแชมป์โลกในรุ่นเดียวกันนี้ และเป็นนักมวยประสบการณ์สูงกว่าไปได้ในยกที่ 8 จากนั้นเมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ก็ป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกหลายครั้ง

ความแข็งแกร่งของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และความอัปยศแก่ฟรอยด์

ในวันที่ 8 ธันวาคม 2007 ฟรอยด์ กลับมาชกในรุ่น เวธเวทอีกครั้งโดยชกป้องกันแชมป์ กับ ริคกี ฮัตตัน นักชกชาวอังกฤษ ซึ่งเขาก็เอาชนะอีกเช่นเคย เอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 10 โดยหลังจากศึกครั้งนี้เขาสละแชมป์ไป และประกาศแขวนนวมไปในที่สุด แล้วในวันที่ 18 มีนาคม 2007 ฟรอยด์ได้ประกาศว่าเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาป้องแชมป์ของเขาอีกครั้ง

เขาได้รับการทาบทามให้ชกกับ แมนนี ปาเกียว กับประวัติความเป็นมาของเขา นักมวยซูเปอร์สตาร์อีกคนของวงการมวยโลกชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งคู่ปรากฏข่าวคราวว่าจะได้ชกกันอยู่หลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องคลาดแคล้วกันไปในที่สุด แต่ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้เซ็นสัญญาชกกันเป็นที่เรียบร้อย

โดยกำหนดขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ที่เอ็มจีเอ็มการ์เดนอารีนา ในนครลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าค่าตัวของทั้ง 2 น่าจะไม่น้อยกว่า 250 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8,000 ล้านบาท) สำหรับ เมย์เวทเทอร์ จูเนียร์ จะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 60 ขณะที่ ปาเกียว จะยอมรับส่วนแบ่งที่น้อยกว่า คือ ร้อยละ 40 รวมทั้งยังมีรายได้สิทธิประโยชน์ด้านอื่นตามมาอีก เช่น ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดผ่านดาวเทียม

รางวัลส่วนตัว

  • คว้ารางวัลนักชกยอดเยี่ยมแห่งปีของนิตยสาร ริง ปี1998 และ 2007
  • นักชกยอดเยี่ยมแห่งปีของ อีเอสพีวาย ปี 2012
  • นักชกยอกเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมนักมวยสหรัฐฯ 2007และ2013
  • เขาทราย แกแล็คซี่ กับประวัติชีวิตบนปลายนวม
  • ได้บันทึกชื่อว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดคนที่ 48 จากการจัดลำดับทั้งหมด 50 คน

อย่างไรก็ตาม ฟลอยด์ เป็นนักมวยที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นนักมวยที่มีรูปแบบการชกที่น่าเบื่อ เนื่องจากเป็นมวยตั้งรับมากเกินไป จนหาไฟต์ที่ชกครบ 12 ยกแล้วเป็นที่ประทับใจของผู้ชมเมื่อเทียบกับยอดนักมวยของโลกหลายคนในอดีต อีกทั้งยังมีนิสัยชอบอวดความร่ำรวยของตัวเองจนน่าหมั่นไส้อีกด้วย และปัจจุบัน ถูกองค์กรมวยโลก สั่งปลดเข็มขัดแชมป์ที่ได้จากแมตช์ซุปเปอร์ไฟต์ ชนะแมนนี ปาเกียว เพราะไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียม 200,000 เหรียญสหรัฐ

ขอบคุณข้อมูลจาก ufabet777

เขาทราย แกแล็คซี่ กับประวัติชีวิตบนปลายนวม

เขาทราย แกแล็คซี่ หรือ นาย สุระ แสนคำ ชื่อเล่นชื่อ ระ ประวัติการเกิดของเขา เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2502 เกิดที่หมู่บ้าน เฉลียงลับ ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย เป็นบุตรของ นายขัน แสนคำ และนางคำ แสนคำ มีพี่ชายฝาแฝด ชื่อสุโรจน์ แสนคำ หรือเขาค้อ กาแล็คซี่ ซึ่งเป็แชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวท

เขาทราย แกแล็คซี่ หรือ นาย สุระ แสนคำ ชื่อเล่นชื่อ ระ ประวัติการเกิดของเขา เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2502 เกิดที่หมู่บ้าน เฉลียงลับ ตำบลนาป่า อำเภอเมือง

เขาทรายเริ่มหัดชกมวยไทยครั้งแรกกับ ครูปราการ วรศิริ ขณะมีอายุได้ 14 ปี ด้วยน้ำหนักตัว 40 ปอนด์ ขึ้นชกมวยไทยอาชีพครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2515 ใช้ชื่อว่า “ดาวเด่น เมืองศรีเทพ” โดยมี ครูมานะ พรหมประสิทธิ์ เป็นเทรนเนอร์ ตระเวนชกในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีปัญหาในการชกมวยไทยเนื่องจากเสียเปรียบความสูง ทำให้ต้องลดน้ำหนักมากเพื่อชกกับมวยรุ่นเล็กกว่า เป็นสาเหตุให้หลายครั้งหมดแรงไม่สามารถชกมวยไทยได้ดีเท่าที่ควร

เมื่อเปลี่ยนมาชกมวยสากลเขาทรายสามารถชนะน็อก ด้วยหมัดซ้ายติดต่อกัน 5 ครั้ง ชนะคะแนนอีก 1 ครั้ง เขาทรายมีโอกาสได้ขึ้นชิงแชมป์เวทีราชดำเนินรุ่นแบนตั้มเวท กับ ศักดา ศักดิ์สุรีย์ (ศักดิ์ แกแล็คซี่) แชมป์ในขณะนั้น เมื่อ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ก่อนการชก ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเขาทรายน่าจะเป็นฝ่ายชนะน็อกได้ไม่ยาก เพราะศักดาน้ำหนักเกินรุ่นแบนตั้มเวทไปมาก ถึงวันชั่งน้ำหนักยังต้องอบตัวและออกวิ่งกว่าจะทำน้ำหนักตามพิกัดได้ เมื่อขึ้นเวทีชกกันจริง ๆ ปรากฏว่าเขาทรายเข้าไม่ติด ไม่สามารถใช้หมัดซ้ายชกศักดาได้จัง ๆ เพราะเสียเปรียบช่วงชกมาก ศักดาใช้ช่วงชกที่ได้เปรียบชกทำคะแนนนำไปก่อนแม้จะอ่อนแรงในยกท้าย ๆ และถูกเขาทรายต่อยจนแตกทั้งสองคิ้ว เมื่อเขาทรายชกศักดาลงไปให้กรรมการนับสิบไม่ได้ ครบสิบยก ศักดาจึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป

เกียรติยศของ เขาทราย แกแล็คซี่

เขาทราย เป็นนักมวยที่ได้รับการกล่าวขานมาก จนอาจเรียกว่าเป็นนักกีฬาชาวไทยที่ได้รับเกียรติยศมากที่สุดก็ว่าได้ เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นทั้งสุดยอดตำนานมวยสากลอาชีพของประเทศไทยและระดับโลก การได้รับรางวัลและการได้รับการยกย่องต่างๆ ที่ยกมาบางส่วนดังต่อไปนี้

  • เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศ International Boxing Hall of Fame ประเภท Modern ในปี พ.ศ. 2542
  • เขาทรายได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก
  • รางวัลนักกีฬาขวัญใจมหาชน จากการโหวตของแฟนกีฬาชาวไทยของบริษัทสยามสปอร์ต จำกัด ในการประกาศผลรางวัลสยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 1 จัดในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2550
  • สมาคมมวยโลก (WBA) ยกย่องให้เป็นนักมวยที่ดีที่สุด “ตลอดกาล” ของรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท เข้าหอเกียรติคุณ Hall of Fame ของ WBA ในปี พ.ศ. 2554
  • นิตยสาร เดอะ ริง จัดให้เป็นนักชกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย “ตลอดกาล” จากการจัดอันดับนักชกที่ดีที่สุดของแต่ละประเทศ จำนวน 20 ประเทศ ในปี พ.ศ. 2562 โดยคนที่เก่งอันดับรองจากเขาทราย

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารจาก ufabet1688

แมนนี ปาเกียว กับประวัติความเป็นมาของเขา

แมนนี ปาเกียว มีชื่อเต็มว่า เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว (Emmanuel Dapidran Pacquiao) หรือที่รู้จักกันในนามแมนนี่ “แพ็ค-แมน” เขา เป็นยอดมวยชาวฟิลิปปินส์  ประวัติของเขาเกิดวันที่17 ธันวาคม พ.ศ. 2521 เขาเกิดในเมืองบูคิดนอน ประเทศฟิลิปปินส์  เขาแต่งงานกับ จินกี้ ปาเกียว และมีลูกด้วยกัน4คน

แมนนี ปาเกียว มีชื่อเต็มว่า เอ็มมานูเอล ดาปิดราน ปาเกียว (Emmanuel Dapidran Pacquiao) หรือที่รู้จักกันในนามแมนนี่ “แพ็ค-แมน” ปาเกียว เป็นยอดมวยชาวฟิลิปปินส์

ปาเกียว ถือเป็นนักมวยที่ไม่เหมือนกับนักมวยในฟิลิปปินส์คนอื่นๆ โดยเป็นมวยที่เหี้ยมโหดและทรหด หมัดซ้ายและขวาจะหนักและรุนแรงใครโดนเข้าถึงกับเป็นต้องล้มตัวไปนอน จิตใจกล้าแกร่งไม่กลัวใครหน้าไหนและมีร่างการที่กำยัมแข็งแรงแข็งแกร่ง ปาเกียว เป็นลูกชายของ โรซาลิโอ ปาเกียว กับ ดิโนเนเซีย ดาปิดราน-ปาเกียว พ่อแม่ของเขาแยกทางกันตั้งแต่เขาเรียนชั้นเกรด 6 ก่อนที่ แม่ของเขาจะหย่าร้าง และพ่อของเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

ปาเกียวเริ่มชกมวยอาชีพตั้งแต่อายุ16ปี ในรุ่น106ปอนด์(light flyweight) เขาร่วมชกมวยในรายการเล็กๆอย่าง วินเทก สปอร์ต มีกำหนดชก4ยก คู่ต่อสู้คนแรกของเขาคือ เอ็ดมานด์ “เอนติ้ง” อิกนาซิโอ เมื่อวันที่22 มกราคม 2537 ซึ่งปาเกียวสามารถเอาชนะคะแนนไปได้ ขึ้นชกมวยสากลอาชีพครั้งแรกเมื่อต้นปี พ.ศ. 2538 ที่กรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ได้ค่าตัวครั้งแรก 100 เปโซ โดยส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวตลอด

กว่าจะมาเป็น แมนนี ปาเกียว ในปัจุบัน

ปาเกียวขึ้นไปชกในรุ่น 112 ปอนด์อย่างเต็มตัว และก็สามารถพิชิตแชมป์โลกWBC ฟลายเวท ชาวไทย ฉัตรชัย สาสกุลหลับในยกที่8 แย่งแชมป์มาครองอย่างพลิกความคาดหมาย แต่เพียงแค่ป้องกันตำแหน่งเป็นครั้งที่สองเท่านั้น ปาเกียวก็ไม่อาจทำน้ำหนักในรุ่นนี้ต่อไปได้ ตกตาชั่งก่อนที่จะแพ้น็อกต์ให้กับนักมวยไทยอีกคนอย่าง เม็ดเงิน 3เค แบตเตอรรี่ ไปอย่างหมดสภาพในยกที่3 ที่จังหวัดนครศีรธรรมราช ประเทศไทย

ปัจจุบัน แมนนี กลายเป็นนักมวยระดับโลก และเป็นนักมวยชาวเอเชียรายแรกที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 8 รุ่น นับว่าเป็นแชมป์โลกชาวเอเชียคนแรกที่ทำได้ถึงเช่นนี้ เพราะโดยปกติจะไม่มีโอกาสของนักมวยชาวเอเชียถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกปอนด์ต่อปอนด์ มักได้รับการติดต่อให้ไปชกที่สหรัฐอเมริกาบ่อย ๆ มีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

เคยปะทะฝีมือกับยอดนักมวยระดับโลกมาแล้วหลายคน ซ้ำยังเอาชนะได้อีกต่างหาก เช่น มาร์โก อันโตนิโอ บาร์เรร่า, อีริค โมราเลส, ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ, ออสการ์ เดอ ลา โฮยา, ริคกี้ ฮัตตัน, อันโตนิโอ มาร์การิโต เป็นต้น จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักกีฬาชาวฟิลิปปินส์ที่ชาวโลกรู้จักดีที่สุด และเป็นหนึ่งในชาวฟิลิปปินส์ที่ชาวโลกรู้จักดีที่สุดเทียบเท่าประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย เลยทีเดียว นอกจากนี้ ปาเกียวยังได้รับเกียรติ ให้เป็นผู้เชิญธงชาติฟิลิปปินส์ ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน แม้ว่าตัวปาเกียวเองจะไม่ได้ร่วมการแข่งขันด้วยก็ตาม

ปาเกียวเคยประกาศเอาไว้ว่า เมื่อใดที่เขาหันหลังให้วงการมวยเมื่อไร สิ่งที่เขาปารถนามากที่สุดก็คือถนนสายการเมือง ต่อมาในกลางปี พ.ศ. 2553 ปาเกียวได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดซารังกานี ในการเลือกตั้งทั่วไป และได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนที่ขาดลอยจากคู่แข่งเป็นอย่างมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก Hitman CR-7 และ ufabet